พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 



เมื่อวันพฤหัสบ​ดี​ที่​ ๑๕ มกราคม​ ๒๕๖​๙​ เวลา ๑๘.๒๔  น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ณ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย 


     พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แห่งนี้  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเททองหล่อพระรูป ณ มณฑลพิธีลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๘  ปัจจุบัน พระราชานุสาวรีย์ ฯ ประดิษฐานที่ด้านหน้าอาคารโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย  มีขนาดพระรูปเป็นสองเท่าของพระองค์จริง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในพระอิริยาบถทรงยืน และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประทับพระเก้าอี้ทางเบื้องขวา พร้อมกับเชิญพระนามาภิไธยของทั้งสองพระองค์ ประดิษฐานที่ด้านหน้าฐานพระราชานุสาวรีย์ ฯ  ส่วนด้านหลังของฐานพระราชานุสาวรีย์ ฯ ประดิษฐานแผ่นคำจารึกถึงพระเกียรติคุณของทั้งสองพระองค์ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ และประชาชนชาวไทย 

โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ที่ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระราชหฤทัย และพระวิริยอุตสาหะทำให้การแพทย์และการสาธารณสุขของไทยมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ  และทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย”  และ “พระมารดาแห่งการสาธารณสุขไทย”  ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์ ฯ แห่งนี้ขึ้น เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์  และแสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อพระบรมราชจักรีวงศ์  เฉลิมพระเกียรติ และประกาศพระเกียรติคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีให้แผ่ไพศาล   ตลอดจนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของบุคลากรทางการแพทย์ นักศึกษา ผู้มารับบริการ และประชาชนสืบไป

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

กรมการแพทย์แผนไทยฯ จับมือ ผู้ประกอบการ เปิดตัว ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ช่วงพิธีฮัจญ์ หวังต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพร ให้ติดตลาดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

The photo news..รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ! Kloss Wellness Clinic ผู้นำคลินิกดูแลสุขภาพครบวงจร ขึ้นรับรางวัล สถานประกอบการฟื้นฟูและชะลอวัยดีเด่นแห่งปี ในงาน THE WORLD'S HIGHEST AWARDS 2024

พรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัครครบ 8 เขต สมุทรปราการ จับตา “ดร.ประเสริฐ” เขต 3 ชูประสบการณ์ทำงานจริง สอดคล้องนโยบายพรรค “ทำมากกว่าพูด”