ศุลกากรสกัด “ยาเอโทมิเดต” 2 คดีรวด ยึดของกลางกว่า 16.59 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท เตือนภัย “บุหรี่ซอมบี้” เสี่ยงหมดสติและเสียชีวิต
สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 5 กรกฎาคม 2569
ศุลกากรสกัด “ยาเอโทมิเดต” 2 คดีรวด ยึดของกลางกว่า 16.59 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท เตือนภัย “บุหรี่ซอมบี้” เสี่ยงหมดสติและเสียชีวิต
กรมศุลกากรโดยสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกองสืบสวนและปราบปราม จับกุมผู้โดยสารจำนวน 2 ราย ลักลอบนำเข้ายาเอโทมิเดต (Etomidate) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 สามารถยึดของกลางรวม 16.59 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 41 ล้านบาท
นางสันธนี ไพรัตนากร ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า
เอโทมิเดต เป็นยานำสลบที่ใช้เฉพาะในสถานพยาบาลภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ แต่ปัจจุบันพบการลักลอบนำไปผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า “บุหรี่ซอมบี้” เพื่อให้เกิดฤทธิ์คล้ายยาเสพติด ผู้เสพอาจมีอาการเคลิ้ม มึนงง สูญเสีย
การควบคุมร่างกาย ก่อนที่ฤทธิ์ของยาจะกดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางและสมอง ส่งผลให้หมดสติ หยุดหายใจ และอาจเสียชีวิตได้ ถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศ โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน จากแนวโน้มการแพร่ระบาดดังกล่าว ประเทศไทยจึงได้ยกระดับการควบคุมเอโทมิเดตเป็น วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด
จากการวิเคราะห์ความเสี่ยง และการใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบของของเจ้าหน้าที่สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าเอโทมิเดตได้ต่อเนื่อง 2 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 4 วัน
โดยคดีแรก เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 จับกุมผู้โดยสารชาย สัญชาติอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ตรวจพบยาเอโทมิเดตซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง น้ำหนักรวม 10.43 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 26 ล้านบาท
คดีที่สอง วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 จับกุมผู้โดยสารชาย สัญชาติอินเดีย ซึ่งเดินทางมาจากนครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย
หลังตรวจสอบสัมภาระด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบยาเอโทมิเดตซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง น้ำหนักรวม 6.16 กิโลกรัม
มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท
ทั้งสองคดีมีของกลางรวม 16.59 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ากว่า 41 ล้านบาท โดยการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และยังเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อม
ของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบุว่า การจับกุมผู้กระทำความผิดในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการลักลอบนำเข้าวัตถุออกฤทธิ์ชนิดใหม่ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและ
ความปลอดภัยของประชาชน กรมศุลกากรโดยสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
จึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและตรวจสอบผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงในการลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมายไม่ให้เล็ดลอด
เข้าสู่ประเทศไทย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น